SF KangIn x LeeTeuk Welcome back Kangin =]
posted on 16 Apr 2012 21:00 by akiraz in KoreanFicSF KangIn x LeeTeuk Welcome back Kangin =]
Title: .::. Welcome back Kangin .::.
Pairing: Kangin x Leeteuk
Author: Light_Akira
Note: แรงบันดาลใจได้จากรูปคังทึกวันนี้ที่กอดกัน TvT คึๆๆ ฟินมากๆๆๆๆๆ
Note2: ไมได้แต่งฟิคนานมาก รู้สึกว่าภาษาและการแต่งแย่มากอ่ะ T T
To : Viky เราชอบให้ตัวละครของเราลำบากก๊ะ ก๊ากกกกกกกกกกกก
Title: .::. Welcome back Kangin .::.
Pairing: Kangin x Leeteuk
Author: Light_Akira
Note: แรงบันดาลใจได้จากรูปคังทึกวันนี้ที่กอดกัน TvT คึๆๆ ฟินมากๆๆๆๆๆ
Note2: ไมได้แต่งฟิคนานมาก รู้สึกว่าภาษาและการแต่งแย่มากอ่ะ T T
To : Viky เราชอบให้ตัวละครของเราลำบากก๊ะ ก๊ากกกกกกกกกกกก
นัยน์ตาสวยไล่สายตาอ่านเนื้อความในหน้าจดหมายทวนเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่ได้รับมันมา แม้ว่าจะได้รับจดหมายฉบับนี้มานานหลายเดือนแล้วแต่ทว่ากระดาษแผ่นนี้ก็ยังคงเรียบไร้ซึ่งรอยยับ สองมือที่ประคองจับกระดาษแสนบางแผ่นนี้อย่างเบามือ กลัวว่าถ้าถือแรงไปกระดาษที่ดูไร้ซึ่งราคาแต่กลับมีคุณค่าทางจิตใจเหลือเกินแผ่นนี้จะฉีกขาด
แม้ว่าจะจดจำข้อความในจดหมายฉบับนี้ได้หมดทุกคำพูดแล้วนั้นแต่คนตัวเล็กก็ยังมิวายหยิบมันขึ้นมาอ่านทุกครั้งเวลาที่คิดถึงเจ้าของลายมือกลมๆนี้ คิดถึงคนที่อยู่ห่างไกล คิดถึงเสียงโวยวายของใครบางคน คิดถึงใครคนนั้นที่สุด คิดถึงคิมยองอุนสุดหัวใจ...
เรียวปากสวยเผลอวาดรอยยิ้มออกมาที่เมื่อความทรงจำระหว่างตนและหมีตัวอ้วนฉายอยู่เบื้องหน้า เมื่อก่อนเพียงแค่คิดถึง เรียกหาใครคนนั้นก็พร้อมที่จะโอบกอดไว้ แต่ระหว่างสองปีมานี้ เรียกเท่าไหร่..เสียงก็ไปไม่ถึงใครคนนั้นสักที กี่ค่ำคืน กี่หนาว กี่ร้อนฝนแล้วที่สองมือคู่นี้ต้องกอดตัวเองเพื่อคลายความคิดถึงใครบางคน แม้ว่าจะมีบางครั้งที่คนตัวโตมาหาแต่ก็ไม่บ่อยด้วยเพราะตารางงานของตนนั้นแน่นเสียจนคนที่มาดักรอหมดช่วงเวลาพักก็ยังไมได้เจอกัน
ถึงจะคุยโทรศัพท์ผ่านสายกันแต่ไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ไม่เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย มันจะไปมีความสุขได้อย่างไรกัน....
“นายจะลืมพี่ไปหรือยังนะ” เสียงหวานบ่นพึมพำกับจดหมายในมือและส่งสายตาออดอ้อนเสียจนถ้าจดหมายนั้นมีชีวิตหรือเป็นใครคนนั้น รับรองว่าหมีตัวใหญ่จะต้องรีบเข้ามาคลอเคลียและปลอบประโลมแน่ๆ แต่ทว่าด้านหน้ากลับเป็นแค่กระดาษหนึ่งแผ่นที่ไร้ชีวิตและจิตใจ…
เนื้อความในจดหมายนั้นอ่านกี่ครั้งก็ยังพาลให้หัวใจสั่นไหวได้ทุกครา แม้ว่าจะเป็นแค่ตัวหนังสือธรรมดาก็เถอะ แม้รูปประโยคจะไม่สุภาพดั่งที่ควรจะเป็น แต่ไม่รู้ทำไมปาร์คจองซูคนนี้ถึงอมยิ้มไปกับข้อความเล็กๆท้ายกระดานั่น
...16 เมษานี้ผมจะออกจากกรมแล้วนะ รอผมก่อนนะ...
และตัวเล็กๆใต้ข้อความนั้นว่า
...ห้ามหนีไปชอบใครนะ!!!...
แค่นี้ล่ะ ความสุขเล็กๆน้อยๆของลีดเดอร์วง
“ใครกันแน่ที่จะหนีไปชอบคนอื่นน่ะ ถ้าไม่กลับมาล่ะน่าดู!!” เรียวปากบางวาดรอยยิ้มเสียเต็มแก้มก่อนจะสอดแผ่นจดหมายนั้นไว้ในหน้าหนังสือที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง ใบหน้าสวยผินไปมองเวลาที่นาฬิกาปลุกรูปหมีสีน้ำตาลที่ใครบางคนซื้อแล้วแอบเอามาวางไว้บนหัวเตียงก่อนจะวาดรอยยิ้ม
“อีกไม่กี่ชั่วโมงเองนี่เนอะ... คืนนี้ขอนอนเร็วสักคืนแล้วกัน” แม้ว่าเหล่าลิงตัวอื่นที่นั่งเล่นอยู่ด้านนอกจะแปลกใจที่ยังไม่ตีสี่หัวหน้าวงก็นอนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครถามหรือพูดอะไรออกไปเพราะทุกคนรู้ดีว่าพรุ่งนี้เป้นวันสำคัญอะไร
_________________________________________________________
นัยน์ตาคมไล่มองข้อความอักษรในทวิตเตอร์ที่แอบเล่นบนที่นอนในกรมทหาร เรียวปากได้รูปพ่นลมหายใจระบายความรู้สึกบางอย่างในจิตใจ ปลายนิ้วเลื่อนปิดเบราว์เซอร์ทวิตเตอร์แล้วทำการปิดเครื่องก่อนจะล้มตัวลงนอน เพื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาอันสำคัญแล้ว เวลาที่สิบโทคิมยองอุนจะปลดประจำการแล้วแต่ทว่าข้อความที่อ่านไปเมื่อครู่กลับสะกิดที่หัวใจเบาๆ
RT @xxxxx คุณแม่ของอีทึกบอกว่า พรุ่งนี้อีทึกจะไม่ไปรับคังอินที่กรมเนื่องจากติดอัดรายการสตาร์คิง (via yyyyyyy)
“ทำไมพี่ต้องติดงานในวันสำคัญของผมด้วยล่ะ.... พี่คงลืมผมไปแล้วจริงๆสินะ” บ่นงึมงำเบาๆบวกกับใบหน้าหล่อเหลาที่งอง้ำทำเอาเพื่อนร่วมหอนอนอดไมได้ที่จะเอื้อมมือมาตบไหล่
“เป็นอะไรไปวะ พรุ่งนี้จะออกจากที่นี่แล้วไม่ดีใจหรือไง เห็นเร่งนับวันนับคืน อยากออกไปหาคนพิเศษไม่ใช่หรือไง” ใบหน้าหล่อส่ายหน้าไปมาก่อนจะถอนหายใจ
“มีอะไรวะ หรือเขาคนนั้นของนายจะไม่มาพรุ่งนี้” โอ้โห เจ็บจี๊ดที่หัวใจ มีดปักลงกลางหัวดังจึ๊ก!! ดวงตาเล็กเหลือบมองเพื่อนก่อนที่อีกฝ่ายจะหัวเราะลั่น
“เอาน่า เขาก็คงมีเหตุผลที่ไม่มาล่ะ อย่าคิดมากๆ นอนเหอะว่ะดึกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้แฟนคลับนายมาเห็นหมีป่วยแล้วจะเสียใจเอา ฮ่าๆๆ” ตบไหล่ทิ้งท้ายก่อนที่ตัวเองจะขึ้นเตียงไปนอนทิ้งให้ใครอีกคนนั่งหน้าหงิก ก็รู้อยู่ว่ามีงานและมันสำคัญมากแต่ก็แค่หวังว่าใครบางคนนั้นจะยกเลิกงานพรุ่งนี้แล้วมาหา ..ก็แค่ความหวังลมๆแล้งๆ
กลางดึกสงัดแม้ว่าทุกสรรพสิ่งจะเงียบสงบและผู้คนต่างก็พากันนอนหลับกันหมดแล้ว แต่ทว่าใครบางคนบนที่นอนนุ่มๆและผ้าห่มผืนหนายังคงนอนพลิกตัวไปมาอย่างไม่รู้สึกง่วงนอน คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นแม้อาจจะคิดว่านี่ยังไม่ถึงเวลานอนที่แท้จริงของตัวเองแต่ทว่าอาการง่วงงาวหาวนอนก็ไม่มีมาให้เห็น ..ทำไมถึงนอนไม่หลับกันนะ..
มือบางตวัดผ้าห่มออกก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงเดินไปยังส่วนที่จัดเป็นห้องครัวเพื่อหานมอุ่นๆดื่มก่อนนอน ไม่แน่บางทีมันอาจจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นก็เป็นได้ ระหว่างที่รออุ่นนมให้อุ่นอยู่นั้นพลันความคิดก็แล่นไปถึงใครอีกคนที่ชอบชวนออกมาดื่มนมตอนกลางดึกแบบนี้หรือไม่ก็ยกแก้วนมอุ่นๆเข้าไปให้ที่ห้องนอนและอยู่ด้วยกันจนกว่าตนนั้นจะหลับ แม้จะดึกดื่นแค่ไหนก็ไม่ปริปากบ่น (เพราะถึงบ่นก็ไม่ยอมให้หนีไปนอนอยู่ดี ><)
กลีบปากอิ่มวาดรอยยิ้มอีกครั้งก่อนจะดื่มนมอุ่นในแก้วแล้วคิดถึงคนตัวโตๆที่ชอบเข้ามากอดจากด้านหลัง รสสัมผัสนั้นหอมหวานและอุ่นกว่าแก้วนมที่ถืออยู่เสียอีก อ้อนแขนอุ่นที่กอดรัวช่วงเอว แก้มที่แนบชิดกันและบ่อยครั้งที่เสียรู้ให้อีกฝ่ายได้เชยชมพวงแก้มนิ่ม ถึงแม้จะโวยวายและกลบเกลื่อนด้วยการตีวงแขนที่กอดรัดแต่เรียวปากก็ไม่คลายรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย
“ป่านนี้นายจะทำอะไรอยู่นะ อยากให้นายมาดื่มนมอุ่นด้วยกันจังเลย”
อีกด้านของอีกเมืองพลทหารตัวโตที่สมควรจะนอนหลับได้แล้วก็ยังคงพลิกตัวไปมาบนที่นอน แม้ว่าพรุ่งนี้จะตื่นสายได้นิดหน่อยเพราะตนนั้นจัดการเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่จวบจนบัดนี้ตนยังไม่ได้หลับสักตื่น ยังคงพะวงและคิดถึงแต่ใบหน้าของใครอีกคนที่คิดว่าพรุ่งนี้คงจะไม่ได้เจอกัน
ถอนหายใจเบาๆเสียเฮือกใหญ่ก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้งและพลันก็นึกไปถึงช่วงเวลายามค่ำคืนที่เป็นช่วงเวลาของสองเรามายืนดื่มนมกันแล้วก็พูดคุยเรื่องต่างๆกัน ช่วงเวลาแห่งความสุขของแต่ละวันที่ห่างกันไปทำงานแต่ที่สุดท้ายที่พักใจของเราก็คือพื้นที่ที่อยู่ข้างเคียงกัน เรียวปากได้รูปวาดรอยยิ้มก่อนที่จะพล็อยหลับไป เพื่อตื่นมาพบกับเวลาแห่งความสุข... ช่วงเวลาที่รับรู้กันได้ด้วยหัวใจว่ากาลเวลาแห่งการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว...อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องตื่นเพื่อนเตียงข้างเคียงก็มาปลุก วันนี้คนที่กำลังจะปลดประจำการได้อภิสิทธิ์นอนตื่นสายเพียงเล็กน้อย และอย่างน้อยก็ได้อาบน้ำเดี่ยวละนะ
เมื่อจัดการภารกิจส่วนตัวและแต่งชุดทหารเรียบร้อย พลทหารก็ถอนหายใจเบาๆ ด้านนอกนั้นคนที่รักตนนั้นมารอคอยเพื่อที่จะเจอตนแต่ทำไมนะ ในหัวกลับอยากจะเจอใครอีกคนมากที่สุด แม้ว่าจะผิดต่อเหล่าภูติตัวน้อยก็เถอะ นัยน์ตาคมมองสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วจะพูดเบาๆให้กำลังใจตัวเอง เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงที่จะปลดประจำการ ตอนนี้พลทหารกำลังทำเรื่องอยู่ในห้องของผู้บังคับบัญชา อีกไม่นานแล้ววินะ
วินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง หลังบานประตูนั้นคือเหล่าแฟนคลับที่มารอกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางและแน่นอนคงไม่มีเหล่าเมมเบอร์คนไหนมาเพราะวันนี้ทุกคนต่างก็ยุ่งกันหมดเลย แม้จะทำใจไว้แล้วแต่ทว่าพอจวนเจียนเวลาจริงๆก็รู้สึกตึงเครียดไม่ได้ รู้สึกสั่นในอกจนต้องยกมือขึ้นมากุมไว้
“ไม่เป็นไร ยังไงเย็นนี้ก็เจอกันอยู่ดี” บอกตัวเองแบบนั้นก่อนจะวาดรอยยิ้มเสียกว้างตามแบบฉบับเพื่อให้เหล่าเอลฟ์ตัวน้อยๆที่นั่งรอกันได้เห็นว่า แร็คคูณตัวนี้สุขภาพแข็งแรงและหล่อแค่ไหน ไม่ได้เจอกันตั้งสองปีนี่เนอะ
วินาทีสุดท้ายและท้ายสุดที่บานประตูนั้นค่อยๆเปิดออก และตนนั้นได้ก้าวขาออกไป ก้าวเท้าเดินออกไปพบปะกับแฟนคลับคนสำคัญที่ส่งเสียงเรียกร้องและรอคอยการกลับมาของตน..
...........
......
....
..
.
เท้าที่ก้าวเดินไปไม่กี่ก้าวแทบจะพันกันเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของใครบางคน แม้จะใส่หมวกปิดบังใบหน้าไว้แต่สาบานได้เลยว่าหมีตัวโตคนนี้ไม่เคยลืมรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้และถ้อยเสียงที่ตะโกนเรียกหา
“คังอิน!!!” อ้อมแขนที่อ้าออกเพื่อรอให้ตนเข้าไปเติมเต็มมันให้สมบูรณ์นั้นช่างน่าสัมผัสเสียเหลือเกิน สองเท้าก้าวเข้าไปอย่างสั่นๆ ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปหาใครคนนั้นสั่นเทาและนึกกลัวทุกคนจะรับรู้ว่าตอนนี้ลูกผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่าง’คิมยองอุน’ กำลังนึกกลัวว่าภาพตรงหน้าคือความฝันคือความจริง....
เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ที่จะสัมผัสกัน คังอินก็อ้าแขนออกเพื่อตอบรับอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่โผเข้ามาหา เสียงหวานที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นช่างแสนหวาน นุ่มนวลและคิดถึงเจ้าของน้ำเสียงหวานๆนี่ที่สุด
“ยินดีต้อนรับกลับนะคังอิน” อ้อมแขนที่กอดกันนั้น รัดแน่นเสียจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากกัน
“ไหนว่าไม่มาไง”
“รู้ด้วยเหรอ? วันนี้พี่หนีงานมาหายังจะถามอีกเหรอ”
“ฮ่าๆๆ ไม่ถามก็ได้ .....ผมกลับมาแล้วครับ คิดถึงพี่จังเลย” น้ำเสียงทุ้มที่กระซิบชิดริมหูเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าเซียวได้ไม่ยาก รอยยิ้มกว้างๆที่วาดเต็มใบหน้าสวย รอยยิ้มที่มาพร้อมกับอาการเต้นรัวในอก อ้อมแขนที่กอดกันยังคงกอดรัดกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานเสียจนไม่อยากปล่อย สัมผัสจากแก้มที่แนบชิดยิ่งเรียกร้องอยากให้สัมผัสนี้ยาวนานไปเรื่อยๆแต่ทว่า...
“เฮ้~ พวกผมก็มานะพี่!!” เจ้าไก่น้อยที่อดทนรอไม่ไหวเอ่ยขัดจังหวะเสียนี่ ถ้าเป็นทุกทีคังอินคงจะหาเรื่องแกล้งให้ได้ร้องไห้แล้วแต่ทว่าวันนี้เป็นวันแห่งความสุขและเข้าใจว่าน้องๆก็อยากเจอตนเหมือนกัน
“ไงไอ้ไก่ ตื่นเช้าได้ด้วยเหรอ” คังอินอ้าแขนอีกข้างออกเพื่อให้เจ้าไก่ที่ทำหน้างอนๆเข้ามากอดและก็ตามด้วยเมมเบอร์คนอื่นๆ แขนอีกข้างก็ยังคงโอบกอดเกี่ยวร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย ..ก็นะ กว่าจะได้กอดกันอีกครั้งก็สองปีเลยนะ.. สองปีมันนานแทบขาดใจ
สองปีมันนานจนแทบขาดใจ แต่เราก็รอมาจนถึงวันนี้ได้ ชัยชนะวันนี้ช่างหอมหวานและอบอุ่นเสียเหลือเกิน ทั้งเหล่าเมมเบอร์เอง และเหล่าแฟนคลับที่ต่างก็มารอรับกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ การรอคอยช่างยาวนานและทรมานแต่เมื่อมันถึงจุดที่สิ้นสุดลง เราต่างก็ภาคภูมิใจว่าเราเข็มแข็งขึ้นและก้าวผ่านช่วงเวลายาวลำบากนั้นมาได้ เราผ่านมันมาด้วยกัน....ทั้งซุปเปอร์จูเนียร์และเอลฟ์ทั้งหลาย...
ต่อจากนี้จะมีแต่ความสุข แม้ว่าอีกไม่นานนั้นเราจะต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งเพื่อรอคอยอีกครั้ง แต่ทว่าเรื่องราวคราวนี้คือบทเรียนที่สอนให้เราได้เรียนรู้วิธีรอคอยและสอนให้เราเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะรอคอยความหวัง.. ความหวัง ชัยชนะที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น การสิ้นสุดการรอคอยที่แสนยาวนานมันช่างแสนวิเศษมากเกินกว่าที่คนภายนอกจะรับรู้ ความหวังและการรอคอยที่สอนให้เราเรียนรู้การเดินหน้าต่อไป การรอคอยที่สอนให้เราลืมคำว่าสิ้นหวัง เพราะเรายังคงอดทนแม้ว่าจะทรมานแต่ตอนนี้ เราทุกคน ...สมหวัง... แล้ว
การรอคอยใครนานๆ นานถึงสองปี ตอนนี้ได้ปิดฉากลงแล้ว การเดินทางแสนสั้น...ที่จบลง แม้จะไม่ชั่วนิรันดร์ แต่ก็ทำให้เรารับรู้ว่า ...เราพร้อมที่จะรอให้ ‘คิมยองอุน’ และ ‘ปาร์คจองซู’ กลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง อีกสองปีข้างหน้า ..เราจะรอวันนั้นด้วยกัน..
...652 วันที่เราห่างกัน มันทรมานมากเลยนะ...
แม้ว่าจะจดจำข้อความในจดหมายฉบับนี้ได้หมดทุกคำพูดแล้วนั้นแต่คนตัวเล็กก็ยังมิวายหยิบมันขึ้นมาอ่านทุกครั้งเวลาที่คิดถึงเจ้าของลายมือกลมๆนี้ คิดถึงคนที่อยู่ห่างไกล คิดถึงเสียงโวยวายของใครบางคน คิดถึงใครคนนั้นที่สุด คิดถึงคิมยองอุนสุดหัวใจ...
เรียวปากสวยเผลอวาดรอยยิ้มออกมาที่เมื่อความทรงจำระหว่างตนและหมีตัวอ้วนฉายอยู่เบื้องหน้า เมื่อก่อนเพียงแค่คิดถึง เรียกหาใครคนนั้นก็พร้อมที่จะโอบกอดไว้ แต่ระหว่างสองปีมานี้ เรียกเท่าไหร่..เสียงก็ไปไม่ถึงใครคนนั้นสักที กี่ค่ำคืน กี่หนาว กี่ร้อนฝนแล้วที่สองมือคู่นี้ต้องกอดตัวเองเพื่อคลายความคิดถึงใครบางคน แม้ว่าจะมีบางครั้งที่คนตัวโตมาหาแต่ก็ไม่บ่อยด้วยเพราะตารางงานของตนนั้นแน่นเสียจนคนที่มาดักรอหมดช่วงเวลาพักก็ยังไมได้เจอกัน
ถึงจะคุยโทรศัพท์ผ่านสายกันแต่ไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ไม่เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย มันจะไปมีความสุขได้อย่างไรกัน....
“นายจะลืมพี่ไปหรือยังนะ” เสียงหวานบ่นพึมพำกับจดหมายในมือและส่งสายตาออดอ้อนเสียจนถ้าจดหมายนั้นมีชีวิตหรือเป็นใครคนนั้น รับรองว่าหมีตัวใหญ่จะต้องรีบเข้ามาคลอเคลียและปลอบประโลมแน่ๆ แต่ทว่าด้านหน้ากลับเป็นแค่กระดาษหนึ่งแผ่นที่ไร้ชีวิตและจิตใจ…
เนื้อความในจดหมายนั้นอ่านกี่ครั้งก็ยังพาลให้หัวใจสั่นไหวได้ทุกครา แม้ว่าจะเป็นแค่ตัวหนังสือธรรมดาก็เถอะ แม้รูปประโยคจะไม่สุภาพดั่งที่ควรจะเป็น แต่ไม่รู้ทำไมปาร์คจองซูคนนี้ถึงอมยิ้มไปกับข้อความเล็กๆท้ายกระดานั่น
...16 เมษานี้ผมจะออกจากกรมแล้วนะ รอผมก่อนนะ...
และตัวเล็กๆใต้ข้อความนั้นว่า
...ห้ามหนีไปชอบใครนะ!!!...
แค่นี้ล่ะ ความสุขเล็กๆน้อยๆของลีดเดอร์วง
“ใครกันแน่ที่จะหนีไปชอบคนอื่นน่ะ ถ้าไม่กลับมาล่ะน่าดู!!” เรียวปากบางวาดรอยยิ้มเสียเต็มแก้มก่อนจะสอดแผ่นจดหมายนั้นไว้ในหน้าหนังสือที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง ใบหน้าสวยผินไปมองเวลาที่นาฬิกาปลุกรูปหมีสีน้ำตาลที่ใครบางคนซื้อแล้วแอบเอามาวางไว้บนหัวเตียงก่อนจะวาดรอยยิ้ม
“อีกไม่กี่ชั่วโมงเองนี่เนอะ... คืนนี้ขอนอนเร็วสักคืนแล้วกัน” แม้ว่าเหล่าลิงตัวอื่นที่นั่งเล่นอยู่ด้านนอกจะแปลกใจที่ยังไม่ตีสี่หัวหน้าวงก็นอนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครถามหรือพูดอะไรออกไปเพราะทุกคนรู้ดีว่าพรุ่งนี้เป้นวันสำคัญอะไร
_________________________________________________________
นัยน์ตาคมไล่มองข้อความอักษรในทวิตเตอร์ที่แอบเล่นบนที่นอนในกรมทหาร เรียวปากได้รูปพ่นลมหายใจระบายความรู้สึกบางอย่างในจิตใจ ปลายนิ้วเลื่อนปิดเบราว์เซอร์ทวิตเตอร์แล้วทำการปิดเครื่องก่อนจะล้มตัวลงนอน เพื่ออีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะถึงเวลาอันสำคัญแล้ว เวลาที่สิบโทคิมยองอุนจะปลดประจำการแล้วแต่ทว่าข้อความที่อ่านไปเมื่อครู่กลับสะกิดที่หัวใจเบาๆ
RT @xxxxx คุณแม่ของอีทึกบอกว่า พรุ่งนี้อีทึกจะไม่ไปรับคังอินที่กรมเนื่องจากติดอัดรายการสตาร์คิง (via yyyyyyy)
“ทำไมพี่ต้องติดงานในวันสำคัญของผมด้วยล่ะ.... พี่คงลืมผมไปแล้วจริงๆสินะ” บ่นงึมงำเบาๆบวกกับใบหน้าหล่อเหลาที่งอง้ำทำเอาเพื่อนร่วมหอนอนอดไมได้ที่จะเอื้อมมือมาตบไหล่
“เป็นอะไรไปวะ พรุ่งนี้จะออกจากที่นี่แล้วไม่ดีใจหรือไง เห็นเร่งนับวันนับคืน อยากออกไปหาคนพิเศษไม่ใช่หรือไง” ใบหน้าหล่อส่ายหน้าไปมาก่อนจะถอนหายใจ
“มีอะไรวะ หรือเขาคนนั้นของนายจะไม่มาพรุ่งนี้” โอ้โห เจ็บจี๊ดที่หัวใจ มีดปักลงกลางหัวดังจึ๊ก!! ดวงตาเล็กเหลือบมองเพื่อนก่อนที่อีกฝ่ายจะหัวเราะลั่น
“เอาน่า เขาก็คงมีเหตุผลที่ไม่มาล่ะ อย่าคิดมากๆ นอนเหอะว่ะดึกแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้แฟนคลับนายมาเห็นหมีป่วยแล้วจะเสียใจเอา ฮ่าๆๆ” ตบไหล่ทิ้งท้ายก่อนที่ตัวเองจะขึ้นเตียงไปนอนทิ้งให้ใครอีกคนนั่งหน้าหงิก ก็รู้อยู่ว่ามีงานและมันสำคัญมากแต่ก็แค่หวังว่าใครบางคนนั้นจะยกเลิกงานพรุ่งนี้แล้วมาหา ..ก็แค่ความหวังลมๆแล้งๆ
กลางดึกสงัดแม้ว่าทุกสรรพสิ่งจะเงียบสงบและผู้คนต่างก็พากันนอนหลับกันหมดแล้ว แต่ทว่าใครบางคนบนที่นอนนุ่มๆและผ้าห่มผืนหนายังคงนอนพลิกตัวไปมาอย่างไม่รู้สึกง่วงนอน คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นแม้อาจจะคิดว่านี่ยังไม่ถึงเวลานอนที่แท้จริงของตัวเองแต่ทว่าอาการง่วงงาวหาวนอนก็ไม่มีมาให้เห็น ..ทำไมถึงนอนไม่หลับกันนะ..
มือบางตวัดผ้าห่มออกก่อนจะก้าวเท้าลงจากเตียงเดินไปยังส่วนที่จัดเป็นห้องครัวเพื่อหานมอุ่นๆดื่มก่อนนอน ไม่แน่บางทีมันอาจจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นก็เป็นได้ ระหว่างที่รออุ่นนมให้อุ่นอยู่นั้นพลันความคิดก็แล่นไปถึงใครอีกคนที่ชอบชวนออกมาดื่มนมตอนกลางดึกแบบนี้หรือไม่ก็ยกแก้วนมอุ่นๆเข้าไปให้ที่ห้องนอนและอยู่ด้วยกันจนกว่าตนนั้นจะหลับ แม้จะดึกดื่นแค่ไหนก็ไม่ปริปากบ่น (เพราะถึงบ่นก็ไม่ยอมให้หนีไปนอนอยู่ดี ><)
กลีบปากอิ่มวาดรอยยิ้มอีกครั้งก่อนจะดื่มนมอุ่นในแก้วแล้วคิดถึงคนตัวโตๆที่ชอบเข้ามากอดจากด้านหลัง รสสัมผัสนั้นหอมหวานและอุ่นกว่าแก้วนมที่ถืออยู่เสียอีก อ้อนแขนอุ่นที่กอดรัวช่วงเอว แก้มที่แนบชิดกันและบ่อยครั้งที่เสียรู้ให้อีกฝ่ายได้เชยชมพวงแก้มนิ่ม ถึงแม้จะโวยวายและกลบเกลื่อนด้วยการตีวงแขนที่กอดรัดแต่เรียวปากก็ไม่คลายรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย
“ป่านนี้นายจะทำอะไรอยู่นะ อยากให้นายมาดื่มนมอุ่นด้วยกันจังเลย”
อีกด้านของอีกเมืองพลทหารตัวโตที่สมควรจะนอนหลับได้แล้วก็ยังคงพลิกตัวไปมาบนที่นอน แม้ว่าพรุ่งนี้จะตื่นสายได้นิดหน่อยเพราะตนนั้นจัดการเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าและทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่จวบจนบัดนี้ตนยังไม่ได้หลับสักตื่น ยังคงพะวงและคิดถึงแต่ใบหน้าของใครอีกคนที่คิดว่าพรุ่งนี้คงจะไม่ได้เจอกัน
ถอนหายใจเบาๆเสียเฮือกใหญ่ก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้งและพลันก็นึกไปถึงช่วงเวลายามค่ำคืนที่เป็นช่วงเวลาของสองเรามายืนดื่มนมกันแล้วก็พูดคุยเรื่องต่างๆกัน ช่วงเวลาแห่งความสุขของแต่ละวันที่ห่างกันไปทำงานแต่ที่สุดท้ายที่พักใจของเราก็คือพื้นที่ที่อยู่ข้างเคียงกัน เรียวปากได้รูปวาดรอยยิ้มก่อนที่จะพล็อยหลับไป เพื่อตื่นมาพบกับเวลาแห่งความสุข... ช่วงเวลาที่รับรู้กันได้ด้วยหัวใจว่ากาลเวลาแห่งการรอคอยได้สิ้นสุดลงแล้ว...อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องตื่นเพื่อนเตียงข้างเคียงก็มาปลุก วันนี้คนที่กำลังจะปลดประจำการได้อภิสิทธิ์นอนตื่นสายเพียงเล็กน้อย และอย่างน้อยก็ได้อาบน้ำเดี่ยวละนะ
เมื่อจัดการภารกิจส่วนตัวและแต่งชุดทหารเรียบร้อย พลทหารก็ถอนหายใจเบาๆ ด้านนอกนั้นคนที่รักตนนั้นมารอคอยเพื่อที่จะเจอตนแต่ทำไมนะ ในหัวกลับอยากจะเจอใครอีกคนมากที่สุด แม้ว่าจะผิดต่อเหล่าภูติตัวน้อยก็เถอะ นัยน์ตาคมมองสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วจะพูดเบาๆให้กำลังใจตัวเอง เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงที่จะปลดประจำการ ตอนนี้พลทหารกำลังทำเรื่องอยู่ในห้องของผู้บังคับบัญชา อีกไม่นานแล้ววินะ
วินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง หลังบานประตูนั้นคือเหล่าแฟนคลับที่มารอกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางและแน่นอนคงไม่มีเหล่าเมมเบอร์คนไหนมาเพราะวันนี้ทุกคนต่างก็ยุ่งกันหมดเลย แม้จะทำใจไว้แล้วแต่ทว่าพอจวนเจียนเวลาจริงๆก็รู้สึกตึงเครียดไม่ได้ รู้สึกสั่นในอกจนต้องยกมือขึ้นมากุมไว้
“ไม่เป็นไร ยังไงเย็นนี้ก็เจอกันอยู่ดี” บอกตัวเองแบบนั้นก่อนจะวาดรอยยิ้มเสียกว้างตามแบบฉบับเพื่อให้เหล่าเอลฟ์ตัวน้อยๆที่นั่งรอกันได้เห็นว่า แร็คคูณตัวนี้สุขภาพแข็งแรงและหล่อแค่ไหน ไม่ได้เจอกันตั้งสองปีนี่เนอะ
วินาทีสุดท้ายและท้ายสุดที่บานประตูนั้นค่อยๆเปิดออก และตนนั้นได้ก้าวขาออกไป ก้าวเท้าเดินออกไปพบปะกับแฟนคลับคนสำคัญที่ส่งเสียงเรียกร้องและรอคอยการกลับมาของตน..
...........
......
....
..
.
เท้าที่ก้าวเดินไปไม่กี่ก้าวแทบจะพันกันเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของใครบางคน แม้จะใส่หมวกปิดบังใบหน้าไว้แต่สาบานได้เลยว่าหมีตัวโตคนนี้ไม่เคยลืมรอยยิ้มกว้างที่ส่งมาให้และถ้อยเสียงที่ตะโกนเรียกหา
“คังอิน!!!” อ้อมแขนที่อ้าออกเพื่อรอให้ตนเข้าไปเติมเต็มมันให้สมบูรณ์นั้นช่างน่าสัมผัสเสียเหลือเกิน สองเท้าก้าวเข้าไปอย่างสั่นๆ ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปหาใครคนนั้นสั่นเทาและนึกกลัวทุกคนจะรับรู้ว่าตอนนี้ลูกผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่าง’คิมยองอุน’ กำลังนึกกลัวว่าภาพตรงหน้าคือความฝันคือความจริง....
เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ที่จะสัมผัสกัน คังอินก็อ้าแขนออกเพื่อตอบรับอ้อมกอดแสนอบอุ่นที่โผเข้ามาหา เสียงหวานที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นช่างแสนหวาน นุ่มนวลและคิดถึงเจ้าของน้ำเสียงหวานๆนี่ที่สุด
“ยินดีต้อนรับกลับนะคังอิน” อ้อมแขนที่กอดกันนั้น รัดแน่นเสียจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากกัน
“ไหนว่าไม่มาไง”
“รู้ด้วยเหรอ? วันนี้พี่หนีงานมาหายังจะถามอีกเหรอ”
“ฮ่าๆๆ ไม่ถามก็ได้ .....ผมกลับมาแล้วครับ คิดถึงพี่จังเลย” น้ำเสียงทุ้มที่กระซิบชิดริมหูเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าเซียวได้ไม่ยาก รอยยิ้มกว้างๆที่วาดเต็มใบหน้าสวย รอยยิ้มที่มาพร้อมกับอาการเต้นรัวในอก อ้อมแขนที่กอดกันยังคงกอดรัดกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานเสียจนไม่อยากปล่อย สัมผัสจากแก้มที่แนบชิดยิ่งเรียกร้องอยากให้สัมผัสนี้ยาวนานไปเรื่อยๆแต่ทว่า...
“เฮ้~ พวกผมก็มานะพี่!!” เจ้าไก่น้อยที่อดทนรอไม่ไหวเอ่ยขัดจังหวะเสียนี่ ถ้าเป็นทุกทีคังอินคงจะหาเรื่องแกล้งให้ได้ร้องไห้แล้วแต่ทว่าวันนี้เป็นวันแห่งความสุขและเข้าใจว่าน้องๆก็อยากเจอตนเหมือนกัน
“ไงไอ้ไก่ ตื่นเช้าได้ด้วยเหรอ” คังอินอ้าแขนอีกข้างออกเพื่อให้เจ้าไก่ที่ทำหน้างอนๆเข้ามากอดและก็ตามด้วยเมมเบอร์คนอื่นๆ แขนอีกข้างก็ยังคงโอบกอดเกี่ยวร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย ..ก็นะ กว่าจะได้กอดกันอีกครั้งก็สองปีเลยนะ.. สองปีมันนานแทบขาดใจ
สองปีมันนานจนแทบขาดใจ แต่เราก็รอมาจนถึงวันนี้ได้ ชัยชนะวันนี้ช่างหอมหวานและอบอุ่นเสียเหลือเกิน ทั้งเหล่าเมมเบอร์เอง และเหล่าแฟนคลับที่ต่างก็มารอรับกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ การรอคอยช่างยาวนานและทรมานแต่เมื่อมันถึงจุดที่สิ้นสุดลง เราต่างก็ภาคภูมิใจว่าเราเข็มแข็งขึ้นและก้าวผ่านช่วงเวลายาวลำบากนั้นมาได้ เราผ่านมันมาด้วยกัน....ทั้งซุปเปอร์จูเนียร์และเอลฟ์ทั้งหลาย...
ต่อจากนี้จะมีแต่ความสุข แม้ว่าอีกไม่นานนั้นเราจะต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งเพื่อรอคอยอีกครั้ง แต่ทว่าเรื่องราวคราวนี้คือบทเรียนที่สอนให้เราได้เรียนรู้วิธีรอคอยและสอนให้เราเข้มแข็งขึ้น เพื่อที่จะรอคอยความหวัง.. ความหวัง ชัยชนะที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น การสิ้นสุดการรอคอยที่แสนยาวนานมันช่างแสนวิเศษมากเกินกว่าที่คนภายนอกจะรับรู้ ความหวังและการรอคอยที่สอนให้เราเรียนรู้การเดินหน้าต่อไป การรอคอยที่สอนให้เราลืมคำว่าสิ้นหวัง เพราะเรายังคงอดทนแม้ว่าจะทรมานแต่ตอนนี้ เราทุกคน ...สมหวัง... แล้ว
การรอคอยใครนานๆ นานถึงสองปี ตอนนี้ได้ปิดฉากลงแล้ว การเดินทางแสนสั้น...ที่จบลง แม้จะไม่ชั่วนิรันดร์ แต่ก็ทำให้เรารับรู้ว่า ...เราพร้อมที่จะรอให้ ‘คิมยองอุน’ และ ‘ปาร์คจองซู’ กลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง อีกสองปีข้างหน้า ..เราจะรอวันนั้นด้วยกัน..
...652 วันที่เราห่างกัน มันทรมานมากเลยนะ...
Fin~